“ทำไมต้องยอมแพ้ ในเมื่อโอกาสเป็นของทุกคน”
จากเด็กต่างจังหวัดที่ครอบครัวแตกแยกและต้องส่งตัวเองเรียน สู่เจ้าของธุรกิจหมื่นล้าน คุณคมสันได้พิสูจน์ให้เห็นว่า “ต้นทุนชีวิต” ไม่ใช่ตัวตัดสินความสำเร็จ แต่คือ “วิธีคิด” ต่างหากที่พาเราไปข้างหน้า นี่คือ 4 บทเรียนปลุกใจสำหรับคนทำธุรกิจครับ:
1. โอกาสไม่ได้เลือกหน้า แต่เลือก “คนที่ไม่หยุดเดิน”
หลายคนชอบมองว่าตัวเองด้อยโอกาสกว่าคนอื่น แต่คุณคมสันบอกว่าเขาเริ่มจากจุดที่ “ห่างไกลคำว่าความสำเร็จ” ยิ่งกว่าใครๆ สิ่งที่ทำให้เขามาถึงจุดนี้ได้ไม่ใช่โชคช่วย แต่คือการเชื่อมั่นว่า “ถ้าเขาสามารถทำได้ เราก็ต้องทำได้” อย่าปล่อยให้ข้อจำกัดเรื่องที่มา เป็นกำแพงกั้นความฝันของคุณ
2. “ปีศาจ” ในร่างผู้ประกอบการ
คำว่า “แปลงร่างเป็นปีศาจ” ไม่ได้หมายถึงความร้ายกาจ แต่มันคือการดึง DNA ของนักสู้ที่ “ไม่รู้จักคำว่ายอมแพ้” ออกมา:
- ผิดให้มาก แก้ให้เร็ว: อย่ากลัวความผิดพลาด แต่ต้องมีสติรู้ตัวให้ไว และรีบแก้ไขมันทันที
- เสียใจได้แค่วันเดียว: เมื่อล้มแล้ว ให้เวลาตัวเองเสียใจแค่ 24 ชั่วโมงพอ ที่เหลือคือการลุกขึ้นมาเรียนรู้จากบทเรียนนั้น เพราะอดีตแก้ไขไม่ได้ แต่พรุ่งนี้สร้างใหม่ได้
3. อย่าอายทำกิน อย่าหมิ่นเงินน้อย
หนึ่งในกับดักที่คนสำเร็จมักเจอคือ “อีโก้” จนไม่กล้าลงมือทำสิ่งเล็กๆ เพราะกลัวเสียภาพลักษณ์ คุณคมสันย้ำชัดว่า “อย่าอายที่จะทำกิน” ต่อให้วันนี้เขาต้องไปขายขนมซองละไม่กี่สิบบาทเขาก็จะทำ ถ้ามันเป็นสิ่งที่ถูกต้องและช่วยให้เริ่มใหม่ได้
4. เมื่อท้อ… ให้กลับไปที่ “จุดเริ่มต้น”
ในวันที่เหนื่อยจนอยากจะหยุด ให้ถามตัวเองว่า “วันแรกเราเริ่มทำสิ่งนี้ไปเพื่ออะไร?” * ความลำบากทางกายและใจ คือ “ต้นทุน” ที่เราต้องจ่ายเพื่อแลกกับความสำเร็จที่ปลายทาง
- ถ้าหัวใจยังไหว ร่างกายยังสู้ นั่นคือเรายังอยู่บนเส้นทางของการออกเดินทาง
บทสรุปถึงเข้ม: คุณคมสันเน้นเสมอว่า “จงเชื่อแล้วจะเห็น” หากเข้มเชื่อมั่นในร้านป้ายเพชรเกษมและฝีมือของตัวเองอย่างสุดใจ เข้มจะมองเห็นทางออกในทุกปัญหา เหมือนที่จระเข้มองเห็นเหยื่อในน้ำขุ่นครับ ความจนหรือความลำบากอาจจะบังคับให้เราคิด แต่ “ความมุ่งมั่น” จะบังคับให้เราชนะครับ