1. 📊 ห้าม “มโน” ให้ดูที่ “ตัวเลข” []
- อย่าคิดไปเองว่าสินค้าแบบนี้จะขายดี หรือลูกค้าจะชอบแบบนั้น ให้ดูที่ “ยอดขายจริง” และ “ต้นทุนต่อการหาลูกค้า 1 คน” (Cost per Acquisition) เป็นหลักครับ []
2. 🎯 การตลาดคือ “พนักงานขาย” ที่มีพลังทวี []
- พนักงานขายคุยได้ทีละคน แต่โฆษณาออนไลน์ (การตลาด) คุยกับคนได้เป็นหมื่นเป็นแสนในครั้งเดียว []
- จุดประสงค์เดียวคือ “ขายของให้ได้” ไม่ใช่ทำเพื่อเอายอดไลก์ หรือ ยอดแชร์
3. ✍️ พลังของ “คำพูด” (Copywriting) [] ตัวอย่างงานป้าย
- คำที่มีความหมายเหมือนกัน แต่ให้ความรู้สึกต่างกัน เช่น “ป้ายราคาถูก” กับ “ป้ายราคาโรงงาน” หรือ “ป้ายทนทาน” กับ “ป้ายอายุการใช้งาน 10 ปี” []
- เคล็ดลับ: ต้องใช้คำที่กระตุ้นให้ลูกค้าอยากเป็นเจ้าของให้ได้ []
4. ⏳ สั้นหรือยาวไม่สำคัญ เท่ากับ “ข้อมูลครบไหม” []
- หลายคนบอกให้เขียนสั้นๆ แต่ถ้าขายสินค้าที่ต้องตัดสินใจสูง (เช่น ป้ายไฟขนาดใหญ่ราคาหลักหมื่น) ข้อมูลต้องแน่นและครบถ้วนจนลูกค้าคลายกังวลครับ []
5. ❤️ ความจริงใจคืออาวุธ (ห้ามโม้เกินจริง) []
- บอกทั้งข้อดีและข้อจำกัดของวัสดุนั้นๆ เช่น “ป้ายไวนิลนี้สีสดมากแต่เหมาะกับงานชั่วคราว ถ้างานระยะยาวแนะนำเป็นคอมโพสิตจะดีกว่า” การบอกข้อเสียแบบนี้จะทำให้คุณดูเป็น “ผู้เชี่ยวชาญที่จริงใจ” ในสายตาลูกค้าครับ []
6. 💊 ขายสิ่งที่เขา “ต้องการ” ไม่ใช่สิ่งที่เรา “มี” []
- อย่าพยายามขายยาแก้ปวดหัวให้คนปวดท้อง []
- ร้านป้าย: ถ้าลูกค้ากังวลเรื่องภาษีป้าย ให้ขาย “ป้ายประหยัดภาษี” (ขนาดพอเหมาะ) ถ้าลูกค้าอยากเด่น ให้ขาย “ป้ายไฟอักษรโลหะ” ตอบโจทย์ให้ตรงจุดครับ []
“การตลาดไม่ใช่แค่การสนับสนุนงานขาย แต่มันคือการขายด้วยตัวมันเอง” []