การเล่าเรื่อง (Storytelling) ไม่ใช่แค่การพูดไปเรื่อยๆ แต่เป็นทักษะสำคัญที่ใช้ได้ทั้งการขายงาน การพรีเซนต์ หรือแม้แต่การสร้างแบรนด์ นี่คือ 3 เคล็ดลับที่ถอดบทเรียนมาจากนักเล่าเรื่องระดับประเทศอย่าง “โน้ต อุดม”
1. การ Setup และเลือกจุดเริ่มต้นให้คม
- สร้างโครงสร้าง (The Setup): ก่อนเข้าเนื้อหาหลัก ต้องมีการปูพื้นให้คนฟังเห็นภาพรวมก่อน เปรียบเสมือนการวาดโครงร่างก่อนลงสี เพื่อให้คนฟัง “อิน” และรู้ว่าจะต้องคาดหวังอะไรจากเรื่องนี้
- เข้าเรื่องให้ไว จบให้ลง: ปัญหาใหญ่ของคนส่วนใหญ่คือ “อารัมภบทนานเกินไป” ควรเริ่มเล่าในจุดที่เรื่องราวมันเริ่มเกิดขึ้นจริงๆ และตัดรายละเอียดที่ไม่เกี่ยวข้องออก เพื่อรักษาความสนใจของคนฟังไว้จนจบ
2. เชื่อมโยงด้วย “อารมณ์และความรู้สึก”
- อย่าเล่าแค่ Fact: การบอกแค่ว่า “ไปไหน ทำอะไร” เป็นเรื่องที่น่าเบื่อ
- แชร์ความรู้สึก: สิ่งที่จะทำให้คนฟัง “Connect” กับผู้พูดได้ดีที่สุดคือการเล่าถึง อารมณ์ในขณะนั้น เช่น ความกลัว ความตื่นเต้น หรือความกดดัน การสอดแทรกความรู้สึกเข้าไปจะทำให้เรื่องราวดูมีมิติและน่าติดตามมากขึ้นอย่างชัดเจน
3. ใช้เสียงและท่าทางสร้างคาแรคเตอร์
- Sound Effect และการจำลองเสียง: การใช้เสียงเล็กเสียงน้อยประกอบการเล่า (เช่น เสียงปืน เสียงรถ หรือเสียงเลียนแบบบุคคล) ช่วยเพิ่มมูลค่าให้เรื่องราวดูสนุกและตื่นเต้นขึ้น
- การแสดงออก: ท่าทางและบุคลิกที่ชัดเจนจะช่วยให้คนฟังเห็นภาพตามได้ง่ายขึ้น เหมือนได้เข้าไปอยู่ในเหตุการณ์นั้นจริงๆ